ค่าขาดไร้อุปการะ

ค่าขาดไร้อุปการะ​ คดีแพ่ง

การทำละเมิดต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าโดยเจตนา หรือโดยประมาท นอกจากอาจต้องรับผิดในทางอาญาแล้ว ยังต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นในทางแพ่งอีกด้วย โดยพิจารณาจากความเสียหายของทรัพย์สิน ค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายต่อชื่อเสียง ค่าขาดประโยชน์ และค่าเสียหายอื่น ๆ

นอกจากผู้เสียหายควรได้รับการชดใช้โดยตรงแล้ว บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องยังอาจเรียกค่าเสียหายที่กระทบมาถึงตนได้ เช่น ค่าขาดไร้อุปการะ

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443

อันค่าขาดไร้อุปการะนี้ ผู้ทำละเมิดต้องชดใช้ให้กับผู้ที่ควรได้รับอุปการะจากผู้เสียหาย ไม่ว่าขณะทำละเมิดนั้น ผู้เสียหายจะอยู่ในความอุปการะหรือไม่ก็ตาม โดยพิจารณาตามหลักการอันควรจะเป็น
เช่น นาย ก. มีภริยา และ บุตร 2 คน ยังอยู่ระหว่างศึกษาเล่าเรียน ขณะมีชีวิตอยู่ นาย ก. มีรายได้เดือนละ 30,000 บาท ซึ่งได้นำมาเลี้ยงดูภริยาและบุตร หาก นาย ก. เสียชีวิต ภริยาและบุตรทั้งสองย่อมขาดไร้อุปการะ การคำนวณมูลค่าของค่าขาดไร้อุปการะภริยานั้น จะคำนวณโดยการอ้างอิงถึง อายุงานที่เหลืออยู่ของ นาย ก. เป็นรายได้หลัก รวมถึงรายได้หลังเกษียณจนสิ้นอายุตามเกณฑ์ทั่วไป นำมารวมกัน โดยอาจนำเฉพาะส่วนที่ควรได้จุนเจือครอบครัวมาคำนวณ

ส่วนค่าขาดไร้อุปการะของบุตรอ้างอิงโดยจำนวนปีที่นาย ก. น่าจะอุปการะบุตรทั้งสองอย่างน้อยไปจนศึกษาเล่าเรียนได้ตามเกณฑ์ปกติ

อีกกรณีหนึ่ง สมมุติว่า นายแดงและนางขาว มีนายดำเป็นบุตรซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ถูกนายเขียวขับรถโดยประมาทชนถึงแก่ความตาย แม้ว่านายดำเป็นบุตรที่ยังไม่มีรายได้ที่นำมาเลี้ยงดูบิดามารดาเลยก็ตาม แต่ก็สามารถคำนวณค่าขาดไร้อุปการะโดยการอ้างอิงถึงรายได้ของอาชีพนั้น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไปตลอดระยะเวลาที่บิดามารดาน่าจะมีชีวิตอยู่

ดังนั้น การละเมิดหรือการทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะด้วยการจงใจทำให้เกิดขึ้นหรือเกิดจากความประมาทเลินเล่อก็แล้วแต่ ผู้กระทำย่อมต้องรับผิดชอบเยียวยาความเสียหายที่ตนเองก่อให้เกิดขึ้น ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดกับใครก็ตาม หากทำให้ลูกของคนอื่นเสียชีวิต พ่อแม่ย่อมต้องเสียหายโดยสภาพ ค่าขาดไร้อุปการะจึงเป็นค่าสินไหมทดแทนประเภทหนึ่งที่ผู้ทำละเมิดต้องรับผิดชดใช้เช่นกันไม่ว่าลูกนั้นจะได้ส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่อยู่ในความเป็นจริงหรือไม่

บทความกฎหมายล่าสุด