บังคับชำระหนี้

การบังคับชำระหนี้

การที่ลูกหนี้ละเลยไม่ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ เจ้าหนี้จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้อย่างไร อาจแบ่งออกได้เป็น 3 ประการ
1. การบังคับชำระหนี้โดยเฉพาะเจาะจง
2. การบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินของลูกหนี้
3. การบังคับให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

1.การบังคับชำระหนี้โดยเฉพาะเจาะจง เป็นการบังคับชำระหนี้ที่ให้ผลแก่เจ้าหนี้ตรงกับความประสงค์ของเจ้าหนี้มากที่สุด โดยเจ้าหนี้จะต้องใช้สิทธิทางศาลฟ้องคดีขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ เป็นการให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ที่จะใช้สิทธิทางศาลฟ้องร้องบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้เมื่อลูกหนี้ละเลยไม่ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้จึงบังคับชำระหนี้ด้วยตนเองโดยไม่ฟ้องศาลไม่ได้ นอกจากนี้ยังให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ที่จะเรียกค่าเสียหายได้หากการไม่ชำระหนี้นั้นทำให้เจ้าหนี้เกิดความเสียหายเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากด้วย

สำหรับหนี้ที่เกิดในกรณี สัญญา

การที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิที่จะบังคับชำระหนี้ หรือใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ก็ได้แล้วแต่เจ้าหนี้จะเลือก ดังนั้น เจ้าหนี้อาจใช้สิทธิบังคับชำระหนี้ โดยไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา หรือเจ้าหนี้อาจจะไม่ใช้สิทธิบังคับชำระหนี้โดยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา เพื่อให้คู่กรณีกลับคืนสู่ฐานะเดิม แต่จะใช้สิทธิทั้งสองทางพร้อมกันไม่ได้ ต้องเลือกเอาวิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้นเพราะถ้ามีการเลิกสัญญาแล้วย่อมไม่มีมูลหนี้ที่จะบังคับให้ชำระหนี้โดยเฉพาะเจาะจงได้

ตัวอย่าง นายแดง กับนายขาว ตกลงทำสัญญาจะซื้อขายที่ดิน ปรากฏว่านายแดงเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทแล้วตั้งแต่ก่อนถึงวันกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน นายแดงย่อมไม่มีสิทธิบังคับให้นายขาวปฏิบัติตามสัญญา ส่วนนายขาวยังคงมีสิทธิทีจะบังคับให้นายแดงชำระหนี้ตามสัญญาได้ แม้ในวันกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน นายขาวก็ไม่ต้องไปรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ก็ไม่ถือว่านายขาวผิดสัญญาหรือไม่ชำระหนี้ นายแดงจึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบมัดจำ

ในกรณีที่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ มีทางแก้ไปอยู่เพียง 3 กรณี คือ

1. หนี้ซึ่งมีวัตถุแห่งหนึ่งเป็นอันให้กระทำการอันหนึ่งอันใดต้องบังคับให้บุคคลภายนอกกระทำการอันนั้นโดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่าย

กรณีที่เป็นหนี้กระทำการที่ต้องอาศัยความสามารถของลูกหนี้ เช่น การวาดรูป การร้องเพลงในโอกาสสำคัญ โดยผู้ที่มีความสามารถพิเศษ ศาลจะพิพากษาให้บุคคลภายนอกกระทำดังกล่าวแทนลูกหนี้โดยให้ลูกหนี้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายไม่ได้ ได้แต่จะเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการไม่ชำระหนี้เลยเนื่องจากลูกหนี้ไม่ได้หลุดพ้นจากหนี้เพราะยังอยู่ในวิสัยที่จะกระทำได้ แต่ไม่กระทำและเจ้าหนี้น่าจะอ้างว่าตนพอใจที่จะให้บุคคลภายนอกทำการดังกล่าวแทนไม่ได้ แต่ถ้าหนี้กระทำการที่ไม่ต้องอาศัยความสามารถของลูกหนี้ เช่น การก่อสร้างบ้านตามแบบที่กำหนด เป็นต้น ถ้าลูกหนี้ไม่กระทำการดังกล่าว ศาลจะพิพากษาให้บุคคลภายนอกกระทำการอันนั้นโดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่ายก็ได้

กรณีที่เจ้าหนี้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน เช่น ผู้ให้เช่า ผู้ฝากทรัพย์ ผู้ให้ยืม เป็นต้น ฟ้องเรียกทรัพย์คืน มักจะมีคำขอด้วยว่า หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาทรัพย์แทนตามจำนวนที่ขอซึ่งคำขอส่วนนี้มีใช่เป็นการเรียกร้องให้ชำระค่าสินทดแทน เป็นต้น

2.หนี้ซึ่งมีวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งต้องให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้
กรณี หนี้กระทำที่เป็นการทำนิติกรรมซึ่งเป็นเรื่องการแสดงเจตนานั้นถ้าลูกหนี้ไม่ไปทำนิติกรรม ให้ศาลสั่งให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาได้ เจ้าหนี้ก็นำคำพิพากษาไปแสดงแทนเจตนาของลูกหนี้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยลูกหนี้ไม่ต้องแสดงเจตนา หรือลูกหนี้จะขัดขวางห้ามใช้คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของตนไม่ได้
แต่การหย่าโดยคำพิพากษา ให้ผู้มีส่วนได้เสียเพียงแต่ยื่นสำเนาคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วต่อนายทะเบียนขอให้นายทะเบียนบันทึกการหย่าไว้ในทะเบียนก็มีผลแล้ว ไม่ต้องมีการแสดงเจตนาของคู่สมรสจึงไม่ต้องขอให้ศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการเจตนาเจตนา เพราะไม่ใช้กรณีที่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้

กรณีที่การแบ่งกรรมสิทธิ์รวมไม่อาจตกลงกันได้ ต้องขายโดยประมูลราคาระหว่างเจ้ารวมหรือขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกัน ศาลจึงพิพากษาแทนการแสดงเจตนาเพื่อทำการรังวัดแบ่งไม่ได้ เป็นต้น
การขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาใช้เฉพาะการทำนิติกรรมในหนี้ที่เกิดจากสัญญาเท่านั้น ไม่ใช้กับหนี้เกิดจากมูลละเมิด

3.หนี้ซึ่งมีวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้งดเว้นการอันใด ต้องให้เจ้าหนี้รื้อถอนการที่ได้กระทำลงแล้วนั้นโดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่าย
หนี้ที่เป็นการงดเว้นการกระทำ เช่น เป็นเพื่อนบ้านกันอาจจะตกลงกันว่าจะไม่ก่อสร้างอาคารปิดบังแสดงแสนสว่าง ถ้าลูกหนี้ฝ่าฝืนโดยทำการก่อสร้างปิดบังก็บังคับโดยเฉพาะเจาะจงไม่ได้โดยสภาพ เนื่องจากการที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ก็คือการที่ไม่ทำการก่อสร้างปิดบังเสียแล้ว ผลก็ต้องรื้อถอนอาคารส่วนนั้นออกไปโดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่าย ทั้งจะสั่งให้จัดการอันควรเพื่อกาลภายหน้าก็ได้ เป็นสิทธิตามกฎหมาย

ทั้งสามกรณีดังกล่าวเจ้าหนี้จะต้องมีคำขอมาในฟ้องเพื่อให้ศาลมีคำสั่งดังกล่าว ถ้าไม่มีคำขอศาลจะมีคำสั่งดังกล่าวไม่ได้ เป็นการพิพากษาเกินคำขอซึ่งต้องห้าม หรือเจ้าหนี้ดำเนินการไปโดยพลการโดยไม่มีคำสั่งของศาลก็ไม่ได้
การจะเรียกเอาค่าเสียหายได้อีกส่วนหนึ่งจะต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้จึงฟ้องบังคับให้ชำระหนี้และเรียกเอาค่าเสียหายมาด้วย ถ้าไม่ใช้กรณีฟ้องคดีอันเนื่องมาจากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ก็หามีสิทธิดังกล่าวไม่
ดังนั้น การที่ลูกหนี้ละเลยไม่ชำระหนี้ นอกจากเจ้าหนี้มีสิทธิบังคับให้ชำระหนี้ดังกล่าวมาแล้ว หากมีความเสียหายเกิดขึ้นอันเนื่องจากการไม่ชำระหนี้ ยังให้สิทธิเรียกเอาค่าเสียหายได้ด้วย การเรียกค่าเสียหายนี้จึงเป็นมาตรการเสริมหรือในทางเยียวยาจาการที่ได้มีการบังคับชำระหนี้โดยเฉพาะเจาะจงหรือมีการบังคับชำระหนี้

บทความกฎหมายล่าสุด