ไปศาลต้องทำอย่างไร

การปฏิบัติตัวเมื่อไปศาล

สิ่งหนึ่งที่ใครหลายคนกังวลใจ คือ เมื่อไปศาลจะต้องเตรียมตัวอย่างไร ปฏิบัติตนอย่างไร นอกจากความเครียดที่เกี่ยวข้องกับคดีความแล้ว ด้วยความที่ศาลเป็นสถานที่ราชการและมีกฎหมายควบคุมเฉพาะ ทำให้คนที่ไม่เคยไปติดต่อศาลเกิดความเครียดเมื่อมีความจำเป็นต้องไปศาล

ก่อนอื่นเลยต้องดูว่า เราไปศาลในฐานะใด เป็นคู่ความ เป็นพยาน เป็นบุคคลอื่น เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องในคดี หรือไม่อย่างไร ตามปกติแล้ว หากมิใช่การพิจารณาคดีลับ โดยปกติแล้ว บุคคลภายนอกสามารถเข้าไปขอฟังพิจารณาได้ โดยแจ้งต่อศาลผ่านเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ แต่ในช่วงโรคระบาด Covid – 19 บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าบริเวณศาล เพื่อความปลอดภัย

แต่งตัวไปศาล

การเข้าไปในศาลไม่ว่าฐานะใด ต้องแต่งกายสุภาพ มิดชิด สวมรองเท้าหุ้มส้น หากแต่งกายไม่ถูกต้อง เช่น สวมรองเท้าแตะ อาจต้องถอดรองเท้าไว้นอกห้องแล้วเดินเท้าเปล่า ห้ามพกอาวุธหรือวัตถุอันตรายต่าง ๆ เข้าบริเวณศาล รวมไปถึง มีดปอกผลไม้ กรรไกรตัดเล็บที่มีมีด มีหลายกรณีที่พี่ป้าน้าอา สูงอายุ พกมีดผลไม้ติดตัว แล้วเผลอนำเข้าไปในบริเวณศาล เมื่อถูกตรวจพบก็จะถูกตำรวจศาลควบคุม ริบอาวุธ แล้วทำรายงานต่อผู้พิพากษาหัวหน้าศาล แม้ไม่ต้องรับโทษเพราะเกิดจากความไม่เจตนา แต่ก็ทำให้เกิดความยุ่งยาก

กรณีไปศาลในฐานะคู่ความ โจทก์ จำเลย ผู้ร้อง ผู้ร้องค้าน ต้องตรวจสอบเลขคดีและนัดศาลให้ถูกต้อง แล้วไปตามเวลานัด ถ้ามีพยานหลักฐานหรือเอกสารใด ให้เตรียมอย่างถูกต้องครบถ้วน ส่วนใดต้องลงลายมือชื่อกำกับก็ทำให้เรียบร้อย หากคู่ความที่มีทนายความ ทนายความจะเป็นผู้แนะนำหรือจัดการแทนให้ในกรณีที่จัดการแทนได้

ผู้ที่ไปเป็นพยานในศาล ก็ปฏิบัติตัวเช่นเดียวกับบุคคลอื่น ควรทบทวนเหตุการณ์ ที่ท่านได้รู้ ได้เห็น เกี่ยวกับคดี เพื่อจัดลำดับเรื่องราวต่าง ๆ จะได้เกิดความมั่นใจเมื่อไปเบิกความต่อศาล และหากเป็นคดีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเอกสาร ท่านควรติดต่อไปยังฝ่ายโจทก์ หรือจำเลย ที่อ้างท่านเป็นพยาน เพื่อขอตรวจสอบเอกสาร

เมื่อพยานไปถึงศาลแล้วให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ ว่าตนมาเป็นพยานในคดีใด และเป็นพยานฝ่ายใด มาตามหมายเรียกหรือคู่ความนำมา การเบิกความพยานนั้นเข้าเบิกความตามลำดับ ทนายหรืออัยการจะเป็นผู้นำเบิกเอง หากเป็นพยานคู่ กล่าวคือ พยานที่อยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน ในการเบิกความของพยานคนหนึ่ง จะต้องให้พยานอีกคนหนึ่งออกนอกห้องพิจารณา เพื่อความน่าเชื่อถือของพยาน

เบิกความพยาน ต้องทำ

ก่อนการเบิกความ พยานจะต้องสาบานตน ซึ่งตัวอย่างคำสาบานจะมีเขียนไว้ที่คอกพยาน จะกล่าวตามนั้นหรือสาบานในแบบของตนเองอย่างไรก็ได้ การเบิกความพยาน ให้ตอบคำถามทนายโดยกล่าวต่อศาลตามข้อเท็จจริง อะไรที่ทราบแน่ชัดก็ตอบให้ชัดแจ้ง อะไรที่ทราบบางอย่าง ก็ตอบไปเท่าที่ทราบ อะไรไม่แน่ใจหรือจำไม่ได้ก็ให้แจ้งไปตามจริงว่าไม่แน่ใจ ไม่จำเป็นที่พยานจะต้องจำรายละเอียดของสิ่งที่ตนได้รับรู้ได้ทั้งหมด

การตอบคำถามทนายฝ่ายตรงข้ามที่ซักค้านโดยการถามนำ ทนายมักจะต้องการเพียงคำตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่ แต่ทั้งนี้หากเห็นควรต้องอธิบายรายละเอียดเพื่อมิให้ข้อเท็จจริงถูกบิดเบือนไป พยานก็สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ทนายถาม

ทั้งนี้หากเป็นพยานตามหมายศาล เมื่อเบิกความเสร็จ ศาลจะถามรายละเอียดของการเดินทาง และอาจมีคำสั่งให้เบี้ยเลี้ยงพยานนั้นตามกฎหมาย

บทความกฎหมายล่าสุด